วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หมายจับ ตร.-ทหารป่าหวาย ถล่มสนธิ

"ธานี สมบูรณ์ทรัพย์" ขออนุมัติหมายจับ 2 ผู้ต้องหายิงถล่ม "สนธิ ลิ้มทองกุล" เป็นทหารชั้นประทวนหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี 1 นาย กับตำรวจชั้นประทวนสังกัด บช.ปส.อีก 1 นาย แต่ยังอุบเงียบ ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล แฉหลักฐานเด็ดรถกระบะวีโก้ สีเปลือกมังคุด เชื่อมโยงแก๊งมือปืนอาวุธสงคราม นายกฯยันงานนี้ไม่มีมวยล้ม

ตำรวจขออนุมัติหมายจับ 2 ผู้ต้องคดียิงถล่ม "สนธิ ลิ้มทองกุล" เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ค. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเดินทางไปกองบังคับการตำรวจจราจร บก.02 ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อตรวจสอบรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ วีโก้ สีเปลือกมังคุด ทะเบียน บธ 1474 ลพบุรี รถต้องสงสัย ในคดีลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและเอเอสทีวี ผลการตรวจพบขวดน้ำ แผ่นซีดี และบัตรลูกจ้างชั่วคราวหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บลายนิ้วมือแฝงภายในรถไว้ ตรวจสอบแล้ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผบช.สนว.ตร.เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ให้จัดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจพิสูจน์รถกระบะคันดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บพยานหลักฐานเส้นผม เส้นขน ขวดน้ำ แผ่นซีดี และกล่องหมากฝรั่งมาตรวจพิสูจน์ที่สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับคดีไหน ในส่วนรายละเอียดต้องสอบถามพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีนี้เท่านั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถคันดังกล่าวเป็นของหญิงสาวลูกจ้างชั่วคราวในหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หลังจากเจ้าหน้าที่สอบปากคำแล้วก็ได้ปล่อยตัวไป

หลังจากพบรถยนต์ต้องสงสัยมีรายงานว่า พล.ต.อ. ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีลอบสังหารนายสนธิ สั่งการให้พนักงานสอบ สวนเดินทางไปขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 2 คน เป็นทหารชั้นประทวนสังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี ชื่อปัญญา ไม่ทราบนามสกุล และตำรวจชั้นประทวนสังกัด บช.ปส.ชื่อวุฒิ ไม่ทราบนามสกุล อีก 1 นาย

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมนายตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นเดินทางไปพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานความคืบหน้าของคดี โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนพบและหารือกับ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียิงถล่มนายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า เป็นการมาพบเพื่อติดตามเรื่องต่างๆ และสอบถามเรื่องอุปสรรคการทำงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยที่เป็นทหารจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษและ ตำรวจ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว เมื่อถามว่า งานนี้ไม่มีมวยล้มต้มคนดูใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่มีมวยล้มครับ"

จากนั้นในเวลา 16.10 น. นายอภิสิทธิ์ได้หารือกับ พล.ต.อ.ธานี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ภายหลังเข้าพบ พล.ต.อ.ธานี พยายามปฏิเสธที่จะตอบคำถามผู้สื่อข่าว โดยกล่าวเพียงสั้นๆถึงการออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าวว่า ให้ผู้สื่อข่าวลองไปเช็กข่าวดูการเข้าพบนายกรัฐมนตรีได้สอบถามเรื่องข้อราชการ โดยไม่ได้พูดคุยเรื่องคดีมากนัก ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่าคดีนี้จะไม่มีมวยล้มต้มคนดูใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ธานี กล่าวว่า เดี๋ยวก็ดูไปเรื่อยๆ เมื่อถามว่า จะสามารถจับคนร้ายได้เมื่อไหร่ พล.ต.อ.ธานีกล่าวว่า ตอนแรกก็ถามตนว่า จะจับคนร้ายได้ก่อนเกษียณอายุหรือไม่ ซึ่งยังเหลือเวลาอีกตั้งนาน แต่ตอนนี้เริ่มเดินไปได้แล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ได้เค้าขบวนการโหด พอ.คุมทีม ล่าสังหารสนธิ

ตำรวจเตรียมควานหาพยาน หลักฐานเชื่อมโยงออกหมายจับทีมสังหาร "สนธิ ลิ้มทองกุล" เพิ่มเติม แฉเบื้องหลังมีนายทหารระดับเสนาธิการยศ พ.อ.คุมทีมร่วมกับ ร.ต.วางแผนในม่านรูดย่านนนทบุรี ก่อนพากันหนีกบดานบ้านอดีตบิ๊กมีสี ด้าน "ธานี สมบูรณ์ทรัพย์" ฉุนข่าวรั่ว ระบุมีไส้ศึกนำความลับไปปล่อย เผยคนทำงานเหลือน้อย เพราะบางคนโดนข่มขู่ ยืนยันมีทั้ง พลเรือน ทหาร ตำรวจ ร่วมอีกหลายคน ส่วนนายกฯอภิสิทธิ์ ย้ำคดีนี้จะไม่มีการจับแพะ หรือเป็นมวยล้ม เช่นเดียวกับ รมว.กลาโหม เปิดไฟเขียวชุดสืบสวนสาวถึงใครกองทัพไม่ปกป้อง กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

การคลี่คลายคดีลอบฆ่านายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ที่ถูกทีมสังหารใช้อาวุธสงครามถล่มยิงบาดเจ็บพร้อมลูกน้องและคนขับรถเมื่อเช้ามืดวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจสามารถแกะรอยยึดรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีเปลือกมังคุด ทะเบียน บธ 1474 ลพบุรี ต้องสงสัยเป็นพาหนะนำมือปืนไปลงมือก่อเหตุ ทั้งยังรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลอนุมัติหมายจับ จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ทหารสังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ลพบุรี และ ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ สังกัดศูนย์ข่าว บช.ปส.เป็น 2 ผู้ต้องหากลุ่มแรก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 15 ก.ค. พล.ต.อ. ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้นว่า ได้มีการออกหมายจับผู้มีส่วนกระทำความผิดคดีนี้ 2 คน ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนซึ่งทางราชการไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และพกพาอาวุธปืนเข้าเมือง ขณะนี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าจะสามารถออกหมายจับใครเพิ่มเติมได้หรือไม่ เพราะมีผู้อยู่ในข่ายถูกออกหมายจับอีกหลายคน แต่ยังไม่มีการควบคุมตัวผู้ถูกออกหมายจับรายใด ทว่าได้สั่งการให้ พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. ให้ติดตามตัว ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ มาสอบปากคำแล้ว ส่วน จ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ยังไม่มีการประสานกับทหารต้นสังกัด ขอยืนยันว่า คดีนี้มีตำรวจสังกัด บช.ปส.เพียงคนเดียว

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

รวบเด็ก18รัวฆ่าดต.หน้าป้อม แค้นจับถี่

บุกรวบ 2 โจ๋โหดฆ่าสยอง "ดาบโต" คาป้อมยาม มือสังหารรับสารภาพแค้นใจที่เหยื่อกระสุนหาเรื่องจับกุมเป็นประจำ แถมยังชอบพูดจาถากถางที่พ่อของมือปืนสอบตกตำแหน่งนายก อบต.สมัยที่ผ่านมา สบจังหวะเหยื่อขี่ จยย.กลับป้อมยามเพียงลำพังชวนคู่หูขี่ จยย.ตามไปยิงทิ้งหน้าป้อมยาม

กรณีที่คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้ปืนจ่อยิง ด.ต.ธีระ เขียวอำพล หรือดาบโต อายุ 51 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองลพบุรี เสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหดถึง 4 นัดซ้อน บริเวณหน้าตู้ยาม บ้านโคกลำพาน ต.โคกลำพาน อ.เมืองลพบุรี เมื่อคืนวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานฝีมือแก๊งวัยรุ่นโฉดที่ถูกคนตายจับกุมเพราะทำผิดกฎหมายตามปลิดชีพล้างแค้น 
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมมือปืนโหดรายนี้ได้แล้ว โดยเมื่อคืนวันที่ 14 ต.ค. ชุดสืบสวน บก.ภ.จ.ลพบุรี ได้จับกุมนายอัตถสิทธิ์ หรือเอฟ ดวงเกิด อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 5 ต.โคกลำพาน อ.เมืองลพบุรี ลูกชายของนายละเอียด ดวงเกิด อดีตผู้สมัครนายก อบต.โคกลำพาน ที่สอบตกเมื่อสมัยที่ผ่านมากับนายต๋อย (นามสมมติ) อายุ 16 ปี พร้อมของกลางรถ จยย.ยามาฮ่า ทะเบียน ขกค 490 ลพบุรี 

จากการสอบสวนนายอัตถสิทธิ์ให้การรับสารภาพว่า ก่อนก่อเหตุนั่งดื่มเหล้าที่ร้านจ่าทอม บริเวณวงเวียนป่าหวาย โดยพกปืน .32 ติดตัวไปด้วย ระหว่างนั้นเห็น ด.ต.ธีระขี่ จยย.ผ่านไปเลยชวนนายต๋อยให้ช่วยขี่ จยย.พาตามไปโดยออกคนละเส้นทาง เมื่อไปถึงตู้ยามที่เกิดเหตุ จังหวะที่ ด.ต.ธีระลงจากรถ ตนซึ่งนั่งซ้อนท้าย จยย.มากับนายต๋อยยิงปืนใส่ผู้ตาย 2 นัด จนล้มลงแล้วตามลงไปยิงซ้ำอีก 2 นัดจนเสียชีวิตคาที่ จากนั้นได้นำทูตสังหารไปโยนทิ้งในคลองชลประทานบริเวณหน้าโรงสี หมู่ 3 ต.กกโก อ.เมืองลพบุรี แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน

นายอัตถสิทธิ์ให้การอีกว่า สาเหตุที่ต้องฆ่า ด.ต.ธีระ เพราะผู้ตายคอยจ้องจับกุมบ่อยครั้งแถมยังชอบพูดถากถางเสียดสีที่นายละเอียด ดวงเกิด พ่อของตนที่แพ้การเลือกตั้งนายก อบต.โคกลำพาน สมัยที่ผ่านมาเป็นประจำทำให้คับแค้นใจสุมหัวอกมานาน กระทั่งสบจังหวะเห็นผู้ตายขี่ จยย.ไปป้อมยามเพียงลำพัง  เลยตามไปยิงทิ้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สนามพระวิภาวดี 17 พฤษภาคม 2552

ดินฟ้าอากาศช่วงนี้แปรปรวนน่าดูชม ใครปรับสภาพไม่ทัน ก็ป่วยไปตามระเบียบ ...

ถ้าเป็นสมัยก่อน หยูกยายังไม่มี ชาวบ้านก็จะพึ่ง หลวงพ่อ ขอน้ำมนต์ขอยาสมุนไพรมากิน ที่หายก็ไม่ตาย ที่ตายก็ไม่หาย แต่ไม่มีใครโทษใคร กลับ ถือว่า ทำบุญมาแค่นี้...

ที่ พระ สมัยก่อน มีวิชา หมอ ก็คงเพราะท่านมีความรู้เรื่องสมุนไพร เวลาธุดงค์เข้าป่าต้องเจอโรคภัยไข้เจ็บไข้ป่า จึงศึกษา หายาจากธรรมชาติตามที่บรรพบุรุษรู้จักสังเกตจดจำมา อย่างเช่น เวลาสัตว์ป่วย จะกินพืชผักอะไร ก็มาลองใช้กับตัว จนเกิดเป็นวิชาแพทย์แผนโบราณ จนการแพทย์สมัยใหม่ยอมรับแพร่หลายอยู่ในขณะนี้...

ตอนนี้โรงเรียนเปิดเทอม สนามพระหลายแห่งจึงคึกคัก เพราะได้ พระเข้าสนามมากเป็นพิเศษ แต่เป็นพระย่อยๆที่ เจ้าของเอามาขายบรรเทารายจ่ายค่าเทอมลูกที่อาจ
จะหมุนไม่ทัน ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกที...

น่าสังเกตว่า คนไม่นิยมเอาพระไปโรงจำนำ เพราะโรงจำนำดูพระไม่เป็น ต่อให้เป็น ก็ตีให้เฉพาะค่าตลับทอง หรือถ้าเกิดดูเป็น ก็กลัวหลงจู๊เปลี่ยนพระ จึงนิยมเอาพระไปขายหรือไปฝากกับเซียนพระมากกว่า...

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สธ.จ่อยกระดับ รพ.ลพบุรี รักษาผู้ป่วยซับซ้อน

รมว.สาธารณสุข เตรียมยกระดับรพ.ลพบุรี ให้เป็นศูนย์รักษาผู้ป่วยโรคซับซ้อนใน 3 จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี และอ่างทอง  จัดงบฯ 311 ล้านบาท ลงทุน ก่อสร้าง คาดเปิดใช้บริการได้ในปี 2555...

วันที่ 20 ส.ค. นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารผู้ป่วยนอก ห้องผ่าตัดและสำนักงาน ขนาด 7 ชั้น ที่โรงพยาบาลลพบุรี จ.ลพบุรี โดยมีนพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลลพบุรีร่วมพิธี   

นายวิทยา กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการให้บริการประชาชนที่เจ็บป่วย ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว เสมอภาคและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้รับบริการเกิดความพึงพอใจมากที่สุด โดยมีนโยบายยกระดับสถานีอนามัยให้เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นด่านหน้าในการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนไม่ให้เจ็บป่วย  จะสามารถลดจำนวนผู้ป่วยที่ใช้บริการในโรงพยาบาลประจำจังหวัดหรือโรงพยาบาลศูนย์ ขณะเดียวกันมีนโยบายพัฒนาโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ให้มีขีดความสามารถในการรักษาสูงขึ้น สามารถดูแลรักษาผู้เจ็บป่วยโรคยุ่งยากได้มากขึ้น ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไปรักษาในกรุงเทพมหานคร (กทม.)  บริการที่ขยายไปภูมิภาคแล้ว ได้แก่ ศูนย์โรคหัวใจ มีทั้งหมด 36 แห่ง ศูนย์มะเร็ง 18 แห่ง และศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน 20 แห่ง